สัญญาและเอกสาร
สัญญาเช่าบ้านและคอนโด ต้องมีข้อไหนบ้าง
รายการข้อสัญญาที่ควรมีในสัญญาเช่าที่อยู่อาศัย — คู่สัญญา ระยะเวลา ค่าเช่า เงินประกัน ค่าน้ำค่าไฟ และการคืนเงินประกัน
เผยแพร่ 29 สิงหาคม 2569 · โดยทีมงาน Propal

สัญญาเช่าที่อยู่อาศัยที่รัดกุมควรระบุให้ครบทั้งตัวคู่สัญญา ตัวทรัพย์ที่เช่า ระยะเวลา ค่าเช่าและเงินประกัน เงื่อนไขค่าสาธารณูปโภค และเงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญา หัวข้อด้านล่างคือสิ่งที่ควรตรวจก่อนลงนามทุกครั้ง
ต้องระบุใครเป็นคู่สัญญาอย่างไร
ระบุชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า หากผู้ลงนามไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ควรแนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาโฉนดเพื่อยืนยันว่าผู้ลงนามมีสิทธิ์ให้เช่าจริง
ระบุตัวทรัพย์ที่เช่าให้ชัดแค่ไหน
ระบุที่อยู่เต็ม เลขที่ห้อง (กรณีคอนโด) และควรแนบบัญชีทรัพย์สินและเฟอร์นิเจอร์ที่ส่งมอบพร้อมสภาพ ณ วันเข้าอยู่ รวมถึงภาพถ่าย เพื่อใช้อ้างอิงตอนคืนห้องว่ามีความเสียหายเกิดใหม่หรือไม่
ค่าเช่า เงินประกัน และเงินล่วงหน้า
ระบุค่าเช่าต่อเดือน วันครบกำหนดชำระ และช่องทางการชำระ ตลาดที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เก็บเงินประกัน 2 เดือนและค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ควรระบุให้ชัดว่าเงินประกันจะคืนภายในกี่วันหลังคืนห้อง และหักอะไรได้บ้าง (เช่น ค่าเสียหาย ค่าน้ำค่าไฟค้าง) การหักต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่ายจริง
ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าส่วนกลาง
ระบุว่าคิดตามหน่วยจริงของการไฟฟ้า/การประปา หรือคิดแบบเหมาจ่าย ถ้าเหมาจ่ายให้ระบุจำนวนเงิน ส่วนค่าส่วนกลางของคอนโดตามกฎหมายเป็นภาระของเจ้าของห้อง แต่คู่สัญญาตกลงผลักให้ผู้เช่าได้ ควรเขียนให้ชัดเพื่อไม่ให้เข้าใจไม่ตรงกันภายหลัง
ระยะเวลาและการต่อสัญญา
ระบุวันเริ่มและวันสิ้นสุด เงื่อนไขการบอกเลิกก่อนกำหนดของทั้งสองฝ่าย (โดยทั่วไปแจ้งล่วงหน้า 30 วัน) และเงื่อนไขการต่อสัญญา สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบังคับได้เต็มระยะเวลา
ลงนามอย่างไรให้มีผล
ให้คู่สัญญาลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมพยาน และเก็บฉบับละ 1 ชุด การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าลายมือชื่อจริงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 หากมีการเก็บหลักฐานการลงนามที่ระบุตัวผู้ลงนามได้
ระบบ Propal มีแม่แบบสัญญาเช่าให้กรอกและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์พร้อมบันทึกหลักฐานการลงนามครบถ้วน



