คำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ภาษีที่ทุกคนที่ถือครองที่ดินหรือบ้านต้องจ่ายทุกปี คำนวณจากราคาประเมิน แยกตามการใช้ประโยชน์ พร้อมแสดงการคำนวณทีละขั้นให้เห็นชัดว่าส่วนไหนได้ยกเว้น ส่วนไหนเสียเท่าไร ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ทรัพย์ของคุณ

ใช้ที่ดินทำอะไร

ดูจากการใช้จริง ณ วันที่ 1 มกราคม ไม่ใช่ประเภทที่จดไว้ในโฉนด

เป็นบ้านแบบไหน

ราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาซื้อขาย ดูได้จากใบแจ้งภาษีปีก่อน หรือสอบถามที่สำนักงานเขต/เทศบาลในพื้นที่

ภาษีที่ต้องจ่าย

กรอกราคาประเมินเพื่อดูภาษีต่อปี

ทรัพย์ราคาเท่านี้ เสียภาษีต่างกันแค่ไหน

ราคาประเมินเท่ากันเป๊ะ แต่ภาษีต่างกันได้เป็นสิบเท่าขึ้นกับว่าใช้ทำอะไร — นี่คือจุดที่คนตกใจกันมากที่สุดตอนได้รับใบแจ้ง (บาท/ปี)

ราคาประเมินบ้านหลังหลักบ้านหลังที่ 2ปล่อยเช่า/ค้าขายรกร้าง 9 ปี
฿1,000,000ยกเว้น฿200฿3,000฿12,000
฿3,000,000ยกเว้น฿600฿9,000฿36,000
฿5,000,000ยกเว้น฿1,000฿15,000฿60,000
฿10,000,000ยกเว้น฿2,000฿30,000฿120,000
฿20,000,000ยกเว้น฿4,000฿60,000฿240,000
฿50,000,000ยกเว้น฿10,000฿150,000฿600,000

บ้านหลังหลักคิดแบบเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีชื่อในทะเบียนบ้าน · รกร้างคิดที่ทิ้งไว้ 9 ปีซึ่งอัตราขยับเป็น 1.2% แล้ว

คำถามที่พบบ่อยเรื่องภาษีที่ดิน

บ้านราคาประเมิน 5 ล้าน ต้องเสียภาษีที่ดินเท่าไหร่

ถ้าเป็นบ้านหลังหลักที่คุณเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะไม่ต้องเสียเลย เพราะได้รับยกเว้น 50 ล้านบาทแรก แต่ถ้าเป็นบ้านหลังที่สองขึ้นไปจะไม่มีวงเงินยกเว้น ต้องเสีย 1,000 บาทต่อปี จากอัตรา 0.02% ของราคาประเมิน นี่คือเหตุผลที่คนซื้อบ้านหลังที่สองมักตกใจกับใบแจ้งภาษีใบแรก

ทำไมบ้านหลังแรกส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน

เพราะกฎหมายยกเว้นให้ 50 ล้านบาทแรกสำหรับบ้านหลังหลักที่เจ้าของถือครองทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่อในทะเบียนบ้าน ณ วันที่ 1 มกราคมของปีนั้น ซึ่งครอบคลุมบ้านเกือบทั้งหมดในประเทศ บ้านที่ราคาประเมินเกิน 50 ล้านจึงจะเริ่มเสีย เช่นบ้าน 60 ล้านบาทเสียเพียง 3,000 บาทต่อปี เพราะคิดเฉพาะส่วนที่เกิน 50 ล้าน ไม่ได้คิดจากราคาทั้งก้อน กรณีที่เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างเช่นปลูกบ้านบนที่ดินเช่า วงเงินยกเว้นจะลดเหลือ 10 ล้านบาท

เอาบ้านไปปล่อยเช่า ยังนับเป็นที่อยู่อาศัยไหม

ไม่นับ การปล่อยเช่าถือเป็นการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ต้องเสียในอัตราอื่นๆ ซึ่งเริ่มต้นที่ 0.30% สูงกว่าอัตราที่อยู่อาศัยหลายเท่า ตัวอย่างตึกแถวราคาประเมิน 10 ล้านบาทที่ปล่อยเช่า เสียภาษี 30,000 บาทต่อปี ขณะที่ถ้าเป็นบ้านหลังที่สองที่อยู่เองจะเสียเพียง 2,000 บาท ต่างกันสิบห้าเท่า เจ้าหน้าที่ดูจากการใช้ประโยชน์จริง ณ วันที่ 1 มกราคม ไม่ได้ดูจากประเภทที่จดไว้ในโฉนด

ที่ดินเปล่าที่ไม่ได้ทำอะไร เสียภาษีแพงแค่ไหน

แพงที่สุดในบรรดาทุกประเภท เริ่มต้นที่ 0.30% เท่ากับอัตราพาณิชยกรรม แต่มีบทลงโทษเพิ่มอีก 0.3% ทุกครบ 3 ปีที่ปล่อยทิ้งไว้ สูงสุดไม่เกิน 3% ตัวอย่างที่ดิน 10 ล้านบาทที่ทิ้งไว้ 9 ปี อัตราจะขยับเป็น 1.2% คิดเป็นภาษี 120,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นเจตนาของกฎหมายที่ต้องการบีบให้เจ้าของนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ วิธีลดภาระที่คนใช้กันคือปลูกพืชเกษตรเพื่อเปลี่ยนประเภทการใช้ แต่ต้องทำจริงและมีหลักฐาน ไม่ใช่ปลูกพอเป็นพิธี

ภาษีที่ดินคิดจากราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน

คิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์ที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริงและไม่ใช่ราคาตลาด ราคาประเมินมักต่ำกว่าราคาตลาดพอสมควร ดูได้จากใบแจ้งภาษีของปีก่อน หรือสอบถามที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ ราคาประเมินมีการปรับปรุงเป็นรอบทุกสี่ปี

ต้องจ่ายเมื่อไหร่ ไม่จ่ายมีโทษอะไร

ตามกฎหมายต้องชำระภายในเดือนเมษายนของทุกปี แต่ในทางปฏิบัติกระทรวงมหาดไทยมักประกาศขยายเวลาออกไป จึงควรดูกำหนดจริงจากใบแจ้งที่ อปท. ส่งมา ถ้าชำระล่าช้าจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ค้าง และถ้าค้างนานอาจถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาดได้ ผู้ที่ไม่ได้รับใบแจ้งไม่ถือว่าพ้นหน้าที่ ควรติดต่อสอบถามเองเพราะที่อยู่ที่ราชการมีอาจไม่ตรงกับปัจจุบัน

ใครเป็นคนจ่าย เจ้าของหรือผู้เช่า

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายคือเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ณ วันที่ 1 มกราคมของปีนั้น ไม่ใช่ผู้เช่า แต่ในทางปฏิบัติสัญญาเช่าเชิงพาณิชย์จำนวนมากผลักภาระนี้ให้ผู้เช่ารับผิดชอบ ซึ่งทำได้เพราะเป็นข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา ควรระบุให้ชัดในสัญญาว่าใครจ่าย เพราะภาษีประเภทพาณิชยกรรมเป็นเงินก้อนที่ไม่เล็ก

ซื้อขายกลางปี ใครเป็นคนจ่ายภาษีปีนั้น

ผู้ที่เป็นเจ้าของ ณ วันที่ 1 มกราคมเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีของปีนั้นทั้งปี ดังนั้นถ้าโอนกันกลางปี ผู้ขายคือคนที่ต้องจ่าย แต่ในทางปฏิบัติคู่สัญญามักตกลงเฉลี่ยกันตามสัดส่วนจำนวนวันที่ถือครอง ควรระบุข้อตกลงนี้ในสัญญาจะซื้อจะขายให้ชัดเจน และผู้ซื้อควรตรวจสอบก่อนโอนว่ามีภาษีค้างชำระหรือไม่ เพราะภาษีค้างจะติดไปกับตัวทรัพย์

เครื่องมืออื่นที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์แนะนำ

ดูทั้งหมดบนแผนที่
พูลวิลล่า พิมุกต์4(เฟส2) | 103.6ตร.ว. | 24.9ล้านบาท รวมโอน

฿24,900,000

บ้านเดี่ยว · สันทราย · เชียงใหม่

บ้านเดี่ยวโชตนาช้างเผือกหลังที่2

฿3,690,000

บ้านเดี่ยว · เมืองเชียงใหม่ · เชียงใหม่

บ้านเดี่ยวโชตนาช้างเผือกหลังที่1

฿3,690,000

บ้านเดี่ยว · เมืองเชียงใหม่ · เชียงใหม่

ขาย พูลวิลล่า 4น ในหมูบ้านกุลพันวิลล์ 15

฿10,000,000

บ้านเดี่ยว · ดอยสะเก็ด · เชียงใหม่

ทำสัญญาและจัดการทรัพย์ด้วย Propal

จัดการทรัพย์ ลูกค้า นัดหมาย และทำสัญญาพร้อมลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในที่เดียว

ดูรายละเอียด